ไฮไลท์คำภาษาญี่ปุ่นเพื่อฟังเสียงได้ค่ะ!   Click to listen highlighted text! ไฮไลท์คำภาษาญี่ปุ่นเพื่อฟังเสียงได้ค่ะ! Powered By GSpeech
Jan 062014
 

ในภาษาญี่ปุ่นเมื่อนำอักษรอิ(い)มาต่อท้ายอักษรแถวอะ(a) จะอ่านเสียงควบเป็นเสียงไอ ดังในตาราง

1. เสียงไอกับอักษรฮิรางานะ

วรรค

a

ai

a

あ (a-อะ)

あい (ไอ)

k

か (ka-คะ)

かい (ไค)

s

さ (sa-สะ)

さい (shi-ชิ)

t

た (ta-ทะ/ตะ)

たい (ไต)

n

な (na-นะ)

ない (ไน)

h

は (ha-ฮะ)

はい (ไฮ)

m

ま (ma-มะ)

まい (ไม)

y

や (ya-ยะ)

 やい (ไย)

r

ら (ra-ระ)

らい (ไร)

 w

わ (wa-วะ)

 わい (ไว)

 

2. เสียงไอกับอักษรฮิรางานะเปลี่ยนเสียง

วรรค

a

ai

k

が  (ga-กะ)

がい (ไก)

s

ざ (za-ซะ)

ざい (ไซ)

t

だ (da-ดะ)

だい (ได)

h

ば (ba-บะ)

ばい (ไป)

Jan 042014
 

การออกเสียง つ เล็กในภาษาญี่ปุ่น(そくおん)

เสียง つ เล็กในภาษาญี่ปุ่นเป็นเสียงที่เกิดจากการเพิ่มตัวสะกดหลัง つเล็กเข้าไปอีกหนึ่งตัวโดยตัว  つเล็ก เองไม่ได้ออกเสียง  และเวลาออกเสียงจะมีการกักเสียงเล็กน้อย(หนึ่งช่วงเสียง)ระหว่างตัวสะกดทั้งสองตัวเช่น

  • せっけん  sek-ken   สบู่
  • きって    kit-te       แสตมป์
  • きっぷ    kip-pu     ตั๋ว
 Posted by at 11:41 am
Jan 032014
 

โดยปกติแล้วภาษาญี่ปุ่นทั้งฮิรางานะและคาตาคานะจะออกเป็นเสียงสั้น เมื่อต้องการเป็นเสียงยาวจะมีวิธีดังต่อไปนี้

1. การผสมเสียงยาวอักษรฮิรางานะ

1.1  เสียงในแถวสระ “อะ (あ)” ทำเป็นเสียงยาว “อา” ได้โดยเติมสระอะ (あ) ต่อท้าย

  • か คะ –> かあ คา

1.2 เสียงในแถวสระ “อิ (い)” ทำเป็นเสียงยาว “อี” ได้โดยเติมสระอิ (い) ต่อท้าย

  • し ชิ    –>   しい ชี
  • い  อิ  –>   いい  อี

1.3 เสียงในแถวสระ อุ/อึ (う) ทำเป็นเสียงยาว “อู/อือ” ได้โดยเติมสระอุ/อึ (う) ต่อท้าย

  • ふ ฟุ   –> ふう ฟู
  • ゆ ยุ  –> ゆう ยู

1.4 เสียงในแถวสระเอะ (え) ทำเป็นเสียงยาว “เอ” ได้โดยเติมสระเอะ(え) หรือสระอิ(い) ต่อท้าย

  • え เอะ  –> えい  เอ
  • け เคะ  –>  けい  เค
  • ね เนะ  –> ねえ  เน

1.5 เสียงในแถวสระโอะ(お) ทำเป็นเสียงยาว “โอ” ได้โดยเติมสระโอะ(お) หรือสระอุ(う) ต่อท้าย

  • こ โคะ –> こう โค

2. การผสมเสียงยาวคาตาคานะ
อักษรคาตาคานะทำเป็นเสียงยาวได้ง่ายๆ โดยการเติมเครื่องหมาย – ต่อท้ายเข้าไปหนึ่งตัวเท่านั้น

2.1 เปลี่ยนเสียงสระ “อะ” เป็น “อา”

  • カ คะ –> カ- คา
  • ナ นะ –> ナ-  นา

2.2 เปลี่ยนเสียงสระ “อิ” เป็น “อี”

  • チ จิ  –>  チ- จี

2.3 เปลี่ยนเสียงสระ “อุ/อึ” เป็น “อู/อือ”

  • ス สุ –>  ス- สู

2.4 เปลี่ยนเสียงสระ “เอะ” เป็น “เอ”

  • ケ เคะ –>  ケ-  เค
  • セ เซะ –> セ- เซ

2.5 เปลี่ยนเสียงสระ “โอะ” เป็น “โอ”

  • ヨ โยะ –>   ヨ- โย
 Posted by at 11:31 pm
Jan 032014
 

ตารางเปรียบเทียบอักษรฮิรางานะกับคาตาคานะ เพื่อช่วยในการจดจำความแตกต่าง

วรรค

a

i

u

e

o

あ/ア (a-อะ)

い/イ (i-อิ)

う/ウ (u-อุ/อึ)

え/エ (e-เอะ)

お/オ (o-โอะ)

k

か/カ (ka-คะ)

き/キ (ki-คิ/กิ)

く/ク (ku-คุ/คึ)

け/ケ (ke-เคะ)

こ/コ (ko-โคะ)

s

さ/サ (sa-สะ)

し/シ (shi-ชิ)

す/ス (su-สุ/สึ)

せ/セ (se-เสะ)

そ/ソ (so-โสะ)

t

た/タ (ta-ทะ/ตะ)

ち/チ (chi-จิ)

つ/ツ (tsu-ทสึ)

て/テ (te-เทะ/เตะ)

と/ト (to-โทะ/โตะ)

n

な/ナ (na-นะ)

に/ニ (ni-นิ)

ぬ/ヌ (nu-นุ/นึ)

ね/ネ (ne-เนะ)

の/ノ (no-โนะ)

h

は/ハ (ha-ฮะ)

ひ/ヒ (hi-ฮิ)

ふ/フ (fu-ฟุ)

へ/ヘ (he-เฮะ)

ほ/ホ (ho-โฮะ)

m

ま/マ (ma-มะ)

み/ミ (mi-มิ)

む/ム (mu-มุ)

め/メ (me-เมะ)

も/モ (mo-โมะ)

y

や/ヤ (ya-ยะ)

ゆ/ユ (yu-ยุ)

よ/ヨ (yo-โยะ)

r

ら/ラ (ra-ระ)

り/リ (ri-ริ)

る/ル (ru-รุ)

れ/レ (re-เระ)

ろ/ロ (ro-โระ)

わ/ワ (wa-วะ)

を/ヲ (wo-โอะ)

ん/ン (n-อึน)

 Posted by at 7:21 pm
Jan 022014
 

ตัวอักษรคาตาคานะ/คะตะคะนะ (カタカナ [Katakana] )
เป็นตัวอักษรที่ใช้เขียนคำทับศัพท์ภาษาต่างประเทศ(ยกเว้นภาษาจีน) มีลักษณะตัวอักษรที่เป็นเหลี่ยมหักมุม

ตารางตัวอักษรคาตาคานะ/คะตะคะนะ

วรรค

a

i

u

e

o

ア (a-อะ)

イ (i-อิ)

ウ (u-อุ/อึ)

エ (e-เอะ)

オ (o-โอะ)

k

カ (ka-คะ)

キ (ki-คิ/กิ)

ク (ku-คุ/คึ)

ケ (ke-เคะ)

コ (ko-โคะ)

s

サ (sa-สะ)

シ (shi-ชิ)

ス (su-สุ/สึ)

セ (se-เสะ)

ソ (so-โสะ)

t

タ (ta-ทะ/ตะ)

チ (chi-จิ)

ツ (tsu-ทสึ)

テ (te-เทะ/เตะ)

ト (to-โทะ/โตะ)

n

ナ (na-นะ)

ニ (ni-นิ)

ヌ (nu-นุ/นึ)

ネ (ne-เนะ)

ノ (no-โนะ)

h

ハ (ha-ฮะ)

ヒ (hi-ฮิ)

フ (fu-ฟุ)

ヘ (he-เฮะ)

ホ (ho-โฮะ)

m

マ (ma-มะ)

ミ (mi-มิ)

ム (mu-มุ)

メ (me-เมะ)

モ (mo-โมะ)

y

ヤ (ya-ยะ)

ユ (yu-ยุ)

ヨ (yo-โยะ)

r

ラ (ra-ระ)

リ (ri-ริ)

ル (ru-รุ)

レ (re-เระ)

ロ (ro-โระ)

ワ (wa-วะ)

ヲ (wo-โอะ)

ン (n-อึน)

Dec 262013
 

คำควบในภาษาญี่ปุ่นเป็นการนำคำในวรรคยะ คือ  や (ya-ยะ), ゆ (yu-ยุ), よ (yo-โยะ) ไปต่อท้ายเสียงในแถวสระอิ (い)ในคำ  き し ち に ひ み り และกลุ่มเสียงขุ่นและกึ่งขุ่น(คำที่เติมเท็นเท็นและมารุ)  โดยเขียนเป็นตัวเล็ก ทำให้ได้เสียงออกมาต่างๆดังในตารางต่อไปนี้

1. การเติม や (ya-ยะ), ゆ (yu-ยุ), よ (yo-โยะ) ไปต่อท้ายเสียงสระอิ (い)ในคำ   き し ち に ひ み り

ki-คิ きゃ kya-เคียะ きゅ kyu-คิว/คู きょ kyo-เคียว
 し shi-ชิ  しゃ sha-ชยะ  しゅ shu-ชิว/ชู  しょ sho-โชะ
chi-จิ ちゃ cha-จระ ちゅ chu-จิว/จู ちょ cho-โจะ
ni-นิ にゃ nya-เนียะ にゅ nyu-นิว/นู にょ nyo-เนียว
hi-ฮิ ひゃ hya-เฮียะ ひゅ hyu-ฮิว/ฮู ひょ hyo-เฮียว
mi-มิ みゃ mya-เมียะ みゅ myu-มิว/มู みょ myo-เมียว
ri-ริ りゃ rya-เรียะ りゅ ryu-ริว/รู りょ ryo-เรียว

 

2. การเติม や (ya-ยะ), ゆ (yu-ยุ), よ (yo-โยะ) ต่อท้ายเสียงสระอิ (い) ในกลุ่มเสียงขุ่นในคำ ぎ じ ぢ び 

gi-กิ ぎゃ gya-กิ/งิ ぎゅ gyu-งิว/งู ぎょ gyo-เงียว
ji-จิ* じゃ ja-จยะ/ญะ じゅ ju-จิว/จู じょ jo-โจะ/โญะ
ji-จิ* ぢゃ ja ぢゅ ju ぢょ jo
bi-บิ びゃ bya-เบียะ びゅ byu-บิว/บู びょ byo-เบียว

3. การเติม や (ya-ยะ), ゆ (yu-ยุ), よ (yo-โยะ) ต่อท้ายเสียงในแถวสระอิ (い) เสียงขุ่นในคำ ぴ

pi-ปิ ぴゃ pya-เปียะ ぴゅ pyu-ปิว/ปู ぴょ pyo-เปียว

 

Dec 262013
 

ตัว  ปกติถ้าอยู่ตัวเดียวจะออกเสียงว่า “อึน”   แต่ถ้านำไปเป็นตัวสะกดจะออกเสียงได้ 3 เสียง คือ

1. ออกเสียงเป็น n (น.หนู) เมื่อんอยู่ข้างหน้าพยัญชนะที่อยู่ในวรรค た(ta-ทะ), だ (da-ดะ), ら(ra-ระ), な(na-นะ) เช่น

  • こんにちは。[kon’nichiwa.] สวัสดีตอนกลางวัน (ใช้ตั้งแต่ 11 โมงเช้าจนถึงก่อนดวงอาทิตย์ตก) ; こん ออกเสียงเป็นคน, は(ha-ฮะ) ออกเสียงเป็นวะ เป็นการออกเสียงในกรณีพิเศษ
  • こんばんは。[konbanwa.] สวัสดีตอนเย็น (ใช้ตั้งแต่ดวงอาทิตย์ตกดินจนถึงก่อนนอน)
  • みんな [min’na] ทุกคน

2. ออกเสียงเป็น m (ม.ม้า) เมื่อんอยู่ข้างหน้าพยัญชนะที่อยู่ในวรรค ば (ba-บะ), ぱ (pa-ปะ/พะ), ま(ma-มะ)  เช่น

  • こんばんは。[konbanwa.]  สวัสดีตอนเย็น (ใช้ตั้งแต่ดวงอาทิตย์ตกดินจนถึงก่อนนอน) ; こん ออกเสียงเป็นคม

3. ออกเสียงเป็น ng (ง.งู) เมื่อんอยู่ข้างหน้าพยัญชนะที่อยู่ในวรรค か(ka-คะ)และ が(ga-กะ)

 Posted by at 10:36 am
Dec 252013
 

นอกจากตัวอักษรฮิรางานะ หลักๆ 46 ตัวแล้ว ยังมีพยัญชนะเสียงใหม่ 25 ตัว ที่เกิดจากการเติมเท็นเท็น (てんてん tenten)  และมารุ (まる maru) ในวรรค  か(k-คะ), さ(s-สะ), た(t-ทะ), は(h-ฮะ) เพื่อให้ได้อักษรตัวใหม่ที่มีเสียงต่างไปจากเดิม เพื่อนำไปประกอบเป็นคำใหม่ๆ ขึ้นมา

  • てんてん (tenten)  คือ ขีดเล็กๆ 2 ขีด บนพยัญชนะ
  • まる (maru)  คือ  วงกลมเล็กๆ บนตัวพยัญชนะ

1.ตารางการเปลี่ยนเสียงอักษรฮิรางานะ

วรรค か (k) が  (ga-กะ) ぎ (gi-กิ) ぐ  (gu-กุ) げ  (ge-เกะ) ご  (go-โกะ)
วรรค さ (s) ざ (za-ซะ) じ (ji-จิ*) ず  (zu-ซึ**) ぜ (ze-เซะ) ぞ (zo-โซะ)
วรรค た (t) だ (da-ดะ) ぢ (ji-จิ*) づ (zu-ซึ**) で (de-เดะ) ど (do-โดะ)
วรรค は (h) ば (ba-บะ) び (bi-บิ) ぶ (bu-บึ) べ  (be-เบะ) ぼ (bo-โบะ)
วรรค は (h) ぱ (pa-ปะ/พะ) ぴ (pi-ปิ/พิ) ぷ (pu-ปึ/พึ) ぺ  (pe-เปะ/เพะ) ぽ (po-โปะ/โพะ)

 

2.ตารางการเปลี่ยนเสียงอักษรคาตาคานะ

วรรค カ (k) ガ  (ga-กะ) キ (gi-กิ) グ  (gu-กุ) ゲ  (ge-เกะ) ゴ  (go-โกะ)
วรรค サ (s) ザ (za-ซะ) ジ (ji-จิ*) ズ (zu-ซึ**) ゼ (ze-เซะ) ゾ (zo-โซะ)
วรรค タ (t) ダ (da-ดะ) ヂ (ji-จิ*) ヅ (zu-ซึ**) デ (de-เดะ) ド (do-โดะ)
วรรค ハ (h) バ (ba-บะ) ビ (bi-บิ) ブ (bu-บึ) ベ  (be-เบะ) ボ (bo-โบะ)
วรรค ハ (h) パ (pa-ปะ/พะ) ピ (pi-ปิ/พิ) プ (pu-ปึ/พึ) ペ  (pe-เปะ/เพะ) ポ (po-โปะ/โพะ)

 

*, ** เสียงเหมือนกัน (ส่วนใหญ่จะใช้คำในวรรคสะ じ/ジ 、 ず/ヅ )
*** จะมีเฉพาะอักษรในวรรคฮะ (h) ที่เติมได้ทั้งเต็นเต็น และมารุ

 Posted by at 6:48 pm
Dec 252013
 

ตัวอักษรฮิรางานะ (ひらかな [Hiraga na] )  เป็นตัวอักษรอักษรภาษาญี่ปุ่นแบบหนึ่งที่ใช้เขียนภาษาญีปุ่นทั่วๆไป ส่วนใหญ่จะใช้เป็นคำอ่านเสียงตัวคันจิและใช้เป็นคำช่วยเพื่อให้ประโยคสมบูรณ์ขึ้น มีทั้งหมด 46 ตัวอักษร

ตัวอย่างจากมานิต วงศ์มูล

1. ตารางอักษรฮิรางานะ (ひらかな) 46 ตัว

วรรค

a

i

u

e

o

あ (a-อะ)

い (i-อิ)

う (u-อุ/อึ)

え (e-เอะ)

お (o-โอะ)

k

か (ka-คะ)

き (ki-คิ)

く (ku-คุ/คึ)

け (ke-เคะ)

こ (ko-โคะ)

s

さ (sa-สะ)

し (shi-ชิ)

す (su-สุ/สึ)

せ (se-เสะ)

そ (so-โสะ)

t

た (ta-ทะ)

ち (chi-จิ)

つ (tsu-ทสึ)

て (te-เทะ/เตะ)

と (to-โทะ/โตะ)

n

な (na-นะ)

に (ni-นิ)

ぬ (nu-นุ/นึ)

ね (ne-เนะ)

の (no-โนะ)

h

は (ha-ฮะ)

ひ (hi-ฮิ)

ふ (fu-ฟุ)

へ (he-เฮะ)

ほ (ho-โฮะ)

m

ま (ma-มะ)

み (mi-มิ)

む (mu-มุ)

め (me-เมะ)

も (mo-โมะ)

y

や (ya-ยะ)

ゆ (yu-ยุ)

よ (yo-โยะ)

r

ら (ra-ระ)

り (ri-ริ)

る (ru-รุ)

れ (re-เระ)

ろ (ro-โระ)

わ (wa-วะ)

を (wo-โอะ)

ん (n-อึน)

 

นอกจากการออกเสียงตัวอักษรฮิรางานะในตารางแล้ว ยังมีการออกเสียงเพิ่มเติมอีกดังนี้

 

 

 Posted by at 4:52 pm
Dec 252013
 

ตัวอักษรภาษาญี่ปุ่นมีด้วยกัน  3 แบบ คือ

1. ตัวอักษรฮิรางานะ  (ひらかな [Hiraga na] )
เป็นตัวอักษรที่ใช้เขียนภาษาญีปุ่นทั่วๆไป และใช้เป็นคำอ่านเสียงตัวคันจิ มีลักษณะตัวอักษรที่โค้งมน นอกจากนี้ยังใช้เป็นคำช่วยเพื่อให้ประโยคสมบูรณ์ขึ้น มีทั้งหมด 46 ตัวอักษร

2. ตัวอักษรคาตาคานะ (カタカナ [Katakana] )
เป็นตัวอักษรที่ใช้เขียนคำทับศัพท์ภาษาต่างประเทศ(ยกเว้นภาษาจีน) มีลักษณะตัวอักษรที่เป็นเหลี่ยมหักมุม เช่น

  • コンピューター。
    Konpyūtā.
    คอมพิวเตอร์ (computer)

อักษรคาตาคานะมีทั้งหมด 46 ตัว เช่นเดียวกับตัวอักษรฮิรางานะ และมีเสียงอ่านที่เหมือนกัน แตกต่างกันเพียงวิธีการเขียนเท่านั้น

3. ตัวอักษรคันจิ (漢字 [Kanji] )
เป็นตัวอักษรที่มีลักษณะเหมือนกับอักษรจีน(แต่มีเสียงอ่านที่ไม่เหมือนกับอักษรจีน) หรือที่เราเรียกกันว่าอักษรภาพ   มีอยู่ประมาณ 1,425 ตัว แต่เราจำเฉพาะที่ใช้งานบ่อยๆ ก็เพียงพอสำหรับการสื่อสารแล้ว

**  คำบางคำในภาษาญี่ปุ่นอาจจะมีเสียงเหมือนกัน ทำให้ต้องใช้อักษรคันจิแทนฮิรางานะ ก็เพื่อให้สื่อความหมายใด้ชัดเจนว่าต้องการสื่อถึงอะไร  เพราะอักษรคันจิสามารถสื่อความหมายได้ชัดเจนด้วยตัวของมันเอง  นอกจากนี้ยังมีการกำหนดมาตรฐานการเขียนคำอ่านภาษาญี่ปุ่น ด้วยภาษาอังกฤษอีกแบบหนึ่งที่เรียกว่า “ตัวอักษรโรมันจิ (ローマ字 [Rōma ji] )”  เช่น Konpyūtā. ในตัวอย่างหัวข้อที่2 เป็นต้น

 

Click to listen highlighted text! Powered By GSpeech